บทที่ 8 ตอนที่ 8 ช่างฉันเถอะค่ะ
“คุณเซย์!”
“พอกแป้งซะหนาขนาดนั้น นี่เธอตั้งใจจะปิด หรือจะเปิดเผยกันแน่ ว่าจงใจปิดอยู่ ดูยังไงก็หลอกตา”
“ช่างฉันเถอะค่ะ”
“ตามใจเถอะ แต่ฉันให้เวลาอีกแค่ห้านาที รีบ ๆ เข้าล่ะ”
“ถ้าคุณเซย์รีบ ก็ไปก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวมะนาวล็อกห้องให้เอง”
“ฉันแค่บอกเธอ ไม่ใช่ให้เธอมาต่อรองนะมะนาว เร็ว ๆ เข้าล่ะ”
ว่าแล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป มะนาวรู้สึกน้อยใจตัวเองขึ้นมาทันที เธอกับเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้ แม้ว่าจะมีบ้างที่เขายอมให้เธอกลับไปที่หอพัก เฉพาะวันที่เธอมีรอบเดือน แต่หลังจากนั้น เขาก็แทบจะไม่ปล่อยเธอเลย ตลอดสี่เดือนที่ผ่านมานี้ เธอทำเรื่องแบบนี้กับเขา ลับหลังแม่ของเธอมาตลอด
“เสร็จแล้วค่ะ”
“กว่าจะเสร็จ รีบไปเถอะ”
“ค่ะ”
ทั้งสองคนเดินลงมาจากตึก โดยมีมะนาวที่เดินตามเขาลงมา เซย์จิเดินไปที่รถ ก่อนที่จะมีเสียงตะโกนเรียก
“พี่เซย์จิคะ”
ทั้งเขาและมะนาวหันไปมองดูทันที
“น้องพราว”
พริ้งพราว สาวน้อยต่างคณะ ซึ่งเซย์จิเคยติดพันอยู่พักหนึ่งก่อนหน้านี้ เดินมากอดแขนเขาทันที
“พอดีเลยพี่เซย์จิกำลังจะไปมหาลัยใช่มั้ยคะ รถพราวเสียน่ะค่ะ ต้องให้ช่างมายกไปซ่อมที่อู่ วันนี้พราวขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ”
“เอ่อ…”
มะนาวได้ยินที่สาวน้อยคนนั้นพูด เธอแค่ขยับแว่นและเดินเลี่ยงไปอีกทางทันที เซย์จิหันไปและกำลังจะเรียก เธอก็ขึ้นซ้อนวินมอเตอร์ไซด์ออกไปต่อหน้าเขาทันที แต่คนที่รออยู่ รีบส่งยิ้มหวานมาให้เขา
“พี่เซย์คะ ไปกันเลยมั้ยคะ”
“แล้วรถพราวล่ะ”
“ช่างกำลังรอรถยกมาค่ะ แต่พราวมีเรียนเช้า ก็เลยฝากเขาเพราะเป็นช่างประจำค่ะ”
“อ่อ งั้นก็ไปเถอะ”
“ขอบคุณนะคะพี่เซย์จิ”
“อืม”
เซย์จิหน้าตึงตั้งแต่เช้า ระหว่างที่เดินขึ้นรถมาพร้อมกับสาวสวยคณะนิเทศศาสตร์ปีสอง ซึ่งเขาเคยเจอในผับเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ไม่คิดว่าเธอจะพักอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้ที่เขาหงุดหงิดก็คือมะนาว ที่แอบหนีไปโดยไม่บอกเขาต่างหาก
“แน่มากนะมะนาว”
“คะ? พี่เซย์จิอยากดื่มชามะนาวเหรอคะ”
“เปล่า ทำไมรถถึงเสียได้ล่ะ”
“อ่อ พอดี… เหมือนแบตเตอร์รี่น่าจะหมดน่ะค่ะ”
“ถ้าแบตหมดก็แค่โทรให้คนเอามาเปลี่ยนก็ได้แล้วนี่ ถึงกับต้องยกไปที่อู่เลยเหรอ”
เมื่อถูกเซย์จิถามลึกมากขึ้น พราวก็เริ่มลุกลี้ลุกลน กลัวถูกจับได้ว่ารถของเธอไม่ได้เสีย แค่จอดทิ้งไว้ใต้ตึก เพื่อจะมาดักรอเขาเท่านั้น
“ก็ ไม่รู้สิคะ พราวแค่ขับรถเป็น แต่ซ่อมไม่เป็น ไม่รู้ว่านอกจากนี้แล้วยังเสียอะไรอีก”
“แค่ขับเป็นเหรอ แบบนี้ไม่ควรขับไปที่ไกล ๆ นะ เกิดรถมีปัญหากลางทางจะหาคนช่วยยาก”
“ค่ะ พราวก็คิดว่าแบบนั้นแหละค่ะ หรือว่าถ้าพราวมีธุระไปไหนไกล ๆ มาขอให้พี่เซย์จิ ขับไปส่งได้มั้ยล่ะคะ”
ว่าแล้วมือเรียวของพราว ก็ลูบไปที่ต้นขาของเซย์จิอย่างจงใจ กับพราวเขานอนด้วยแค่ครั้งเดียวเพราะเมา เธอเองก็เมาและบอกว่ารักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ตอนนั้นเขาก็รู้สึกดี เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่ช่ำชองเรื่องบนเตียง น่าเสียดายที่น่ารำคาญไปหน่อย ก็อย่างที่เห็น ชอบสร้างสถานการณ์เพื่อเข้าหาเขา และคิดว่าเขาเป็นคนโง่ที่ไม่รู้ทันเธอ
เอี๊ยด!
“โอ๊ย!”
ปึก!
หน้าผากข้างขวาของพราว พุ่งไปชนคอนโซลตรงกลางของรถ เมื่อเซย์จิเบรกกะทันหัน
“ขอโทษทีนะพราว แมวมันวิ่งตัดหน้ารถน่ะ พี่ว่าพราวนั่งให้ดี แล้ว รัดเข็มขัดนิรภัยก่อนดีกว่า ถ้าถูกตำรวจเรียกปรับขึ้นมา จะเสียเวลา”
เขาพูดพลางขยับขากลับไป คนอย่างเซย์จิ นอกจากครั้งนั้นที่เผลอดื่มยานรกที่เมียเด็กของพ่อ วางแผนจะรวบหัวรวบหางเขา เพราะพ่อไม่จับเธอขึ้นเตียงสักที ก็ไม่เคยพลาดกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
“โอ๊ย เจ็บมากเลยค่ะ”
“หรือจะไปโรงพยาบาลก่อนล่ะ พี่จะไปส่ง”
“ไม่ค่ะ ๆ ไม่ใช่แบบนั้น ก็ได้ค่ะ รัดเข็มขัดก็ได้”
พราวยอมถอยเพราะเธอรู้ดีว่า หากทำให้เซย์จิรำคาญไปมากกว่านี้ มีหวังเธอไม่ใช่แค่หัวโขกและเจ็บตัว แต่เขาจะไล่เธอลงจากรถไปง่าย ๆ ด้วย
“เมื่อกี้นี้เหมือนพี่เซย์จิ จะเดินลงมาพร้อมกับนักศึกษาอีกคน พี่รู้จักเธอมั้ยคะ”
เซย์จินั่งนิ่ง ไม่ตอบเธอ จนพราวพูดเอง
“แต่ก็นะ พี่เซย์จะไปรู้จักพวกเด็กเนิร์ดเรียบร้อยเอาแต่เรียนอย่างเด็กแว่นนั่นได้ยังไงเนอะ พราวก็แค่เห็นว่า ตึกที่พี่เซย์อยู่มีนักศึกษาคณะอื่นด้วย เสียดายที่พราวไม่ได้ห้องที่ตึกนั้น”
“อืม”
เมื่อเห็นว่าเซย์จิไม่อยากจะคุย เธอก็เริ่มเงียบลง เพราะรู้ว่าเซย์จิไม่ชอบให้ใครคุยด้วยเวลาขับรถ เธอจึงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เพื่อจะโพสอวดเพื่อน ๆ ว่า ได้นั่งรถของเซย์จิมาเรียนนั่นเอง
“พี่จอดส่งที่หน้าคณะนะ วันนี้มีเรียนเช้าเหมือนกัน”
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่เซย์จิ"
เขาขับเลี้ยวไปที่คณะของเธอ ระหว่างนั้นจะถึงตึกของคณะนิติศาสตร์ก่อน จู่ ๆ พราวก็พูดขึ้นมา
“เด็กนักศึกษาใช้บริการวินมอเตอร์ไซด์เยอะเลยนะคะเนี่ย แต่ถ้ารู้ว่าจะนั่งวินแบบนี้ ก็ควรจะใส่กระโปรงยาวสักหน่อยสิ”
เซย์จิไม่คิดจะสนใจกับสิ่งที่พราวพูด ถ้าเขาไม่หันไปเห็นอีกฝั่ง ที่เป็นคนละด้านกับพราวพูด เขาเห็นว่ามะนาวกำลังลงจากวินที่หน้ามหาลัย และมีผู้ชายคนหนึ่งรอเธออยู่ มะนาวส่งหนังสือไปให้ผู้ชายคนนั้นถือ เธอยิ้มให้เขาด้วย
“มันเป็นใครกัน!”
